Cover ImageForeground Image

โรงงานรุ่นพ่อ ยังเหมาะกับธุรกิจรุ่นลูกหรือไม่?

HeartPNG
doteyedotlike
copy

วิธีประเมินว่าโรงงานเดิมยังรองรับสินค้า เทคโนโลยี และแผนเติบโตของรุ่นใหม่ได้หรือไม่ ครบ 5 ด้าน พร้อมเกณฑ์น้ำหนักบรรทุกจร GMP 420 และการตรวจสอบอาคาร

โรงงานที่รุ่นพ่อสร้างไว้ ถูกออกแบบมาสำหรับเงื่อนไขของยุคนั้น คือสินค้าไม่กี่รายการ ลูกค้าไม่กี่ราย และเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยคนเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจรุ่นลูกมักมีรายการสินค้ามากกว่าเดิมหลายเท่า มีลูกค้าที่ขอเข้าตรวจโรงงานก่อนสั่งซื้อ และมีแผนติดตั้งเครื่องจักรที่หนักกว่าและกินไฟมากกว่า

คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ "โรงงานเก่าไปหรือยัง" เพราะอาคารที่ดูแลดีอยู่ได้หลายสิบปี แต่เป็น "โรงงานเดิมยังตรงกับสเปกที่ธุรกิจจะทำต่อไปหรือไม่" ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบด้วยการวัดได้ ไม่ต้องใช้ความรู้สึก บทความนี้สรุปวิธีประเมิน 5 ด้าน พร้อมเกณฑ์สรุปผลเป็นสามทางเลือก

เริ่มจากเขียนสเปกที่ต้องการ ก่อนไปเดินดูอาคาร

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเดินดูโรงงานก่อน แล้วสรุปว่ายังใช้ได้อยู่ เพราะการประเมินแบบนั้นเทียบกับสิ่งที่เคยทำ ไม่ได้เทียบกับสิ่งที่จะทำ

สิ่งที่ต้องเขียนออกมาก่อนมีห้าข้อ คือจำนวนรายการสินค้าที่จะมีในอีกสามปี ปริมาณผลิตต่อวันที่ต้องรองรับ น้ำหนักและขนาดของเครื่องจักรที่วางแผนจะติดตั้ง กำลังไฟฟ้าที่เครื่องจักรชุดนั้นต้องการ และมาตรฐานหรือการตรวจประเมินที่ลูกค้าเป้าหมายจะขอ เมื่อมีห้าข้อนี้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว การประเมินอาคารจะกลายเป็นการเทียบตัวเลข ไม่ใช่การถกเถียงเรื่องความรู้สึก ซึ่งช่วยลดความขัดแย้งกับรุ่นก่อนได้มากด้วย

ด้านที่ 1 โครงสร้างรับน้ำหนักได้ตามที่จะใช้หรือไม่ นี่คือด้านที่วัดได้ชัดที่สุดและมักถูกข้ามมากที่สุด กฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร กำหนดน้ำหนักบรรทุกจรสำหรับการออกแบบอาคารแต่ละประเภทไว้ชัดเจน ที่พักอาศัยกำหนดไว้ที่ 150 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ห้องสำนักงาน 250 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ส่วนคลังสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม และห้องเก็บเอกสารกับพัสดุ กำหนดไว้ที่ 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และที่จอดรถยนต์บรรทุกเปล่าอยู่ที่ 600 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

ตัวเลขชุดนี้อธิบายปัญหาได้ทันที อาคารที่เดิมสร้างเป็นบ้านหรือตึกแถวแล้วเปลี่ยนมาใช้ผลิตหรือเก็บของ ถูกออกแบบไว้ที่ระดับหนึ่งในสามของเกณฑ์โรงงาน การวางชั้นวางสูงหรือติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในอาคารกลุ่มนี้จึงต้องให้วิศวกรคำนวณก่อนทุกครั้ง ไม่ใช่ประเมินจากการที่พื้นยังไม่แตก

สิ่งที่ควรทำคือขอแบบก่อสร้างเดิมมาตรวจว่าออกแบบไว้ที่เท่าไร หากไม่มีแบบ ต้องจ้างวิศวกรสำรวจและประเมินกำลังรับน้ำหนักจริง นอกจากนี้ อาคารโรงงานที่สูงเกินหนึ่งชั้นและมีพื้นที่รวมตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตร เข้าข่ายอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบตามมาตรา 32 ทวิ ของพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร โดยตรวจสอบประจำปีทุกปีและตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี รายงานเหล่านี้คือข้อมูลตั้งต้นที่ดีที่สุด และหากยังไม่เคยทำ นั่นเป็นสัญญาณในตัวเอง

ด้านที่ 2 สินค้าใหม่ต้องการเงื่อนไขที่อาคารเดิมไม่มีหรือไม่ เมื่อรายการสินค้าเพิ่มขึ้น สิ่งที่ต้องการไม่ใช่พื้นที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นจำนวนตำแหน่งจัดเก็บที่แยกกันได้ เพราะสินค้าแต่ละรายการต้องมีที่อยู่ประจำจึงจะนับสต็อกและควบคุมอายุสินค้าได้ สินค้ากลุ่มใหม่หลายประเภทยังมีเงื่อนไขเฉพาะที่อาคารเดิมไม่ได้เตรียมไว้ เช่น ห้องควบคุมอุณหภูมิ พื้นที่แยกระหว่างวัตถุดิบกับสินค้าสำเร็จรูป หรือพื้นที่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้าไลน์ผลิต

กรณีที่ชัดที่สุดคือธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2563 เรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร หรือที่เรียกกันว่า GMP 420 บังคับใช้กับผู้ผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย โดยผู้ผลิตรายใหม่มีผลตั้งแต่ 11 เมษายน 2564 และผู้ประกอบการรายเดิมมีผลตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2564 ข้อยกเว้นครอบคลุมร้านอาหารและผู้ขายรายย่อยบางประเภท แต่จะไม่ได้รับยกเว้นหากใช้เครื่องจักรตั้งแต่ 5 แรงม้าขึ้นไป หรือมีคนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป

ข้อกำหนดที่กระทบอาคารเดิมมากที่สุดคือ พื้นที่ผลิตต้องแยกออกจากที่พักอาศัยและกิจกรรมที่อาจก่อการปนเปื้อน พื้น ผนัง และเพดานต้องเป็นวัสดุและรูปแบบที่ทำความสะอาดได้และไม่เป็นที่อาศัยของสัตว์พาหะ พร้อมมาตรการควบคุมสัตว์พาหะ โรงงานที่ต่อเติมจากบ้านมักไม่ผ่านตั้งแต่ข้อแรก และเป็นเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจรุ่นลูกยื่นขอเลขสารบบอาหารหรือรับงานจากลูกค้ารายใหญ่ไม่ได้ ทั้งที่คุณภาพสินค้าดี

ด้านที่ 3 เทคโนโลยีใหม่ติดตั้งได้จริงหรือไม่ ก่อนสั่งซื้อเครื่องจักรหรือระบบอัตโนมัติ ต้องวัดจริงห้าเรื่อง คือกำลังไฟฟ้าที่ขอไว้เทียบกับที่เครื่องชุดใหม่ต้องการ ระยะดิ่งและตำแหน่งคานที่อาจขัดกับความสูงเครื่อง ความสามารถของพื้นในการรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือน ระยะหมุนตัวของรถโฟล์คลิฟท์หรืออุปกรณ์ขนย้าย และจุดเชื่อมต่อเครือข่ายในบริเวณไลน์ผลิตสำหรับเครื่องที่ต้องส่งข้อมูล

อีกเรื่องที่ต้องตรวจล่วงหน้าคือกำลังเครื่องจักรรวมของทั้งโรงงาน เพราะพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 กำหนดว่ากิจการที่ใช้เครื่องจักรกำลังรวมตั้งแต่ 50 แรงม้า หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป เข้าข่ายเป็นโรงงานที่ต้องขอใบอนุญาต การเพิ่มเครื่องจักรหนึ่งตัวอาจทำให้กำลังรวมข้ามเส้นนี้ ซึ่งเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายของสถานที่ประกอบกิจการทั้งหมด จึงควรคำนวณกำลังรวมสะสมไว้ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ ไม่ใช่หลังติดตั้ง

ด้านที่ 4 แผนเติบโตจะชนเพดานเมื่อไร ให้คำนวณอัตราการใช้กำลังผลิตในปัจจุบัน แล้วประมาณอัตราเดียวกันในปีที่สามจากเป้ายอดขาย หากตัวเลขในปีที่สองขึ้นไปแตะระดับ 85% ขึ้นไป หมายความว่าอาคารเดิมเหลืออายุใช้งานตามแผนอีกไม่ถึงสองปี ซึ่งสั้นกว่าเวลาที่ต้องใช้ในการหาและเตรียมพื้นที่ใหม่

พร้อมกันนั้นต้องตรวจว่าที่ดินเดิมยังต่อเติมได้จริงหรือไม่ ทั้งระยะถอยร่นตามกฎหมาย อัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดินที่ผังเมืองกำหนด และประเภทกิจการที่ผังเมืองในปัจจุบันอนุญาต ประเด็นสุดท้ายสำคัญเป็นพิเศษ เพราะผังเมืองมีการปรับปรุงเป็นระยะ พื้นที่ที่เคยประกอบกิจการได้เมื่อสามสิบปีก่อน อาจถูกเปลี่ยนประเภทการใช้ที่ดินไปแล้ว ทำให้ต่อเติมหรือขยายไม่ได้ แม้จะยังประกอบกิจการเดิมต่อไปได้

ด้านที่ 5 ต้นทุนแฝงของการอยู่ที่เดิม การเทียบว่าอยู่ที่เดิมหรือย้ายจะไม่ยุติธรรมถ้านับแต่ค่าย้าย เพราะการอยู่ที่เดิมก็มีต้นทุนที่ไม่ปรากฏชัดในงบการเงิน ให้ทำสี่รายการนี้ให้เป็นตัวเลขต่อปี คือค่าซ่อมบำรุงย้อนหลังสามปีและแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น เวลาที่เสียจากผังการทำงานที่ไม่ต่อเนื่องคิดเป็นชั่วโมงคนต่อเดือน มูลค่าคำสั่งซื้อที่ปฏิเสธเพราะกำลังผลิตหรือพื้นที่ไม่พอ และมูลค่างานที่เสียเพราะลูกค้าตรวจประเมินไม่ผ่าน เมื่อเทียบกับต้นทุนการย้ายแล้ว คำตอบมักชัดขึ้นมาก และเป็นตัวเลขที่รุ่นก่อนไม่เคยเห็นรวมกันมาก่อน

สรุปผลประเมินเป็นสามทาง

ปรับปรุงที่เดิม เหมาะเมื่อโครงสร้างผ่านเกณฑ์น้ำหนักบรรทุกที่จะใช้จริง ที่ดินยังต่อเติมได้ตามผังเมือง และกำลังไฟฟ้าขอเพิ่มได้ ทางนี้ต้นทุนต่ำที่สุดและควรพิจารณาก่อนเสมอ

แยกบางส่วนออกไป เหมาะเมื่อปัญหาอยู่ที่พื้นที่จัดเก็บมากกว่าพื้นที่ผลิต การย้ายคลังสินค้าออกไปแล้วคงการผลิตไว้ที่เดิม มักคืนพื้นที่ผลิตได้มากโดยลงทุนไม่สูง แต่ต้องยอมรับต้นทุนการประสานงานระหว่างสองที่

ย้ายทั้งหมด จำเป็นเมื่อโครงสร้างไม่ผ่านเกณฑ์ ผังเมืองไม่รองรับการขยาย หรือมาตรฐานที่ลูกค้าต้องการทำไม่ได้ในอาคารเดิม ในกรณีนี้ โรงงานขนาดเล็กหรือ Mini Factory ที่ออกแบบมาเพื่อการผลิตตั้งแต่ต้น อยู่บนที่ดินสีม่วงที่ผังเมืองรองรับ มีถนนกว้างรองรับรถบรรทุกและระบบไฟฟ้า 3 เฟส เช่น โครงการของ Biggerland ย่านลำลูกกา ปทุมธานี ที่อยู่ใกล้ทางขึ้นลงทางด่วน เป็นทางเลือกที่ทำให้ไม่ต้องแก้ปัญหาเดิมซ้ำในอีกไม่กี่ปี

บทสรุป

การประเมินโรงงานเดิมต้องเริ่มจากเขียนสเปกที่ธุรกิจจะใช้ในอีกสามปี แล้วจึงเทียบห้าด้าน คือโครงสร้างรับน้ำหนักตามเกณฑ์ที่จะใช้จริง เงื่อนไขเฉพาะของสินค้าใหม่และมาตรฐานที่ลูกค้าจะขอ ความพร้อมด้านไฟฟ้าและพื้นที่สำหรับเทคโนโลยีใหม่ ระยะเวลาที่แผนเติบโตจะชนเพดาน และต้นทุนแฝงของการอยู่ที่เดิม ผลลัพธ์ที่ได้จะบอกเองว่าควรปรับปรุง แยกบางส่วน หรือย้ายทั้งหมด และเมื่อการตัดสินใจมาจากตัวเลขที่ตรวจสอบได้ การคุยเรื่องนี้กับรุ่นก่อนจะเป็นการวางแผนร่วมกัน ไม่ใช่การตัดสินว่าสิ่งที่สร้างไว้ดีหรือไม่ดี

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1: รุ่นพ่อไม่อยากย้ายเพราะผูกพันกับที่เดิม ควรคุยอย่างไร

A: เปลี่ยนหัวข้อสนทนาจากเรื่องคุณค่าของอาคารเป็นเรื่องข้อจำกัดที่วัดได้ เช่น น้ำหนักบรรทุกที่ออกแบบไว้เทียบกับที่เครื่องจักรใหม่ต้องการ หรือข้อกำหนดของลูกค้าที่ทำในอาคารเดิมไม่ได้ และเสนอทางเลือกกลางก่อน เช่น ย้ายเฉพาะคลังสินค้าออกไปทดลองหนึ่งปี ข้อเสนอที่มีทางถอยมักได้รับการพิจารณามากกว่าการเสนอย้ายทั้งหมดในครั้งเดียว

Q2: ถ้าไม่มีแบบก่อสร้างเดิม จะรู้กำลังรับน้ำหนักได้อย่างไร

A: ต้องจ้างวิศวกรโครงสร้างสำรวจและประเมิน โดยทั่วไปจะตรวจขนาดและระยะเหล็กเสริม สภาพคอนกรีต และสภาพฐานราก แล้วคำนวณกำลังรับน้ำหนักที่ใช้ได้จริง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ต่ำกว่าความเสียหายจากการติดตั้งเครื่องจักรผิดตำแหน่งหลายเท่า และผลการประเมินยังใช้ประกอบการขออนุญาตดัดแปลงอาคารได้ด้วย

Q3: ปรับปรุงอาคารเดิมให้ผ่านมาตรฐานคุ้มกว่าย้ายหรือไม่

A: ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่ต้องแก้เป็นงานผิวหรืองานโครงสร้าง งานผิวเช่นพื้น ผนัง ระบบระบายอากาศ และการแบ่งโซน มักปรับปรุงได้ในงบที่คุ้ม แต่ถ้าต้องเสริมโครงสร้างรับน้ำหนัก เปลี่ยนความสูงอาคาร หรือปัญหาอยู่ที่ผังเมืองและใบอนุญาต การปรับปรุงมักแพงกว่าและยังไม่ได้ผลตามที่ต้องการ ควรให้วิศวกรประเมินขอบเขตงานก่อนเทียบตัวเลขทั้งสองทาง

copy

บทความอื่นๆ